Smart City คือ การนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น IoT เข้ามาสู่การดำเนินชีวิต เพื่อให้ ประชาชนทุกคนมีวิถีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และทำให้สังคมแข็งแกร่ง…

โครงการเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City เป็นโครงการที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ต้องการให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากมีเป้าหมายที่จะสร้างให้เป็นเมืองที่ขับเคลื่อนชุมชนด้วยดิจิทัล มีการพัฒนาคน ซึ่งการผลักดันให้ภูเก็ตเป็น SmartCity เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2546 โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อม การศึกษา และด้านความปลอดภัยทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ภูเก็ตกำลังดำเนินการและคืบหน้าแล้วหลายส่วน เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายPhuket Smart City ในปี 2020

The First Digital Hub
จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนให้เป็น Smart Cityของภูเก็ตจะดำเนินตาม 2 ยุทธศาสตร์ คือSmart Economy และ Smart Living Com-munity โดยด้าน Smart Economy ทางจังหวัดได้ขับเคลื่อนเรื่องการลงทุนทางด้าน ฮาร์ดแวร์ฃซอฟต์แวร์ และพีเพิลแวร์ต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต ขณะที่ด้าน Smart Living Com-munity จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีมาตรฐานเทียบเคียงระดับโลกอย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็น การสร้างฐานข้อมูล และการใช้
ข้อมูล รวมไปถึงการสร้างความปลอดภัยให้แก่ ชีวิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในการพัฒนาเป็น Smart City ต้องใช้ดิจิทัล เทคโนโลยีมาช่วยยกระดับ จากระดับพื้นที่ ชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดที่เป็นจุดเด่น เช่น ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร ที่สอดรับกับศูนย์ดิจิทัลในชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้เกิด การใช้ประโยชน์จากข้อมูล ในยุคที่หลายสิ่ง สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ และสร้างให้ ภูเก็ตสามารถเป็นเมืองที่ใช้ดิจิทัลในทุกภาค ส่วนให้เกิดความเจริญก้าวหน้า และเป็น ต้นแบบแก่เมืองอื่น ๆ ของประเทศ

ด้าน ประชา อัศวธีระ ผู้จัดการสำนักงาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA สำนักงานภาคใต้ ภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วน Phuket Smart City เราได้ แบ่งออกเป็น 7 ด้าน คือ ด้านการศึกษา, ด้าน เศรษฐกิจ, ด้านสิ่งแวดล้อม, ด้านการจัดการของ ภาครัฐ, ด้านสุขภาพ, ด้านความปลอดภัย และ ด้านการท่องเที่ยว ตามกำหนดที่วางไว้ปี 2020 ซึ่งทุกด้านทุกภาคส่วนในจังหวัดช่วยกันผลักดัน เต็มที่ โดยโจทย์หลักของเราคือ การให้ประชาชน เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ Phuket Smart City ช่วง แรกยังไม่ต้องใช้เงินมากนัก เพราะทั้งทีโอทีและ แคทมีโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก เหลือเสริมจุด ไวไฟให้ครอบคลุมขึ้น และอาจขอความร่วมมือ โอเปอเรเตอร์ด้วย เน้นที่ความร่วมมือกับเอกชน โดยเราเปิดให้ทั้งจากในประเทศและต่าง ประเทศเข้าร่วมโครงการได้ เน้นไปที่การโรดโชว์ เพื่อดึงคนมาลงทุนในภูเก็ตให้มากขึ้น เพื่อให้ ภูเก็ตกลายเป็นเมื่องอัจฉริยะ
แต่ทั้งนี้ ด้วยงบประมาณที่มี ทำให้เราต้องโฟกัส ในเฉพาะบางส่วนก่อน แต่ระยะสั้นในปี 2559 สิ่ง แรกที่จะเกิดขึ้นคือ ประชาชนสามารถใช้ไวไฟได้ ไม่จำกัด ซึ่งในส่วนนี้เราได้สมาคมส่งเสริมการ ส่งออกอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (TSEP) เข้า มาดูแลสร้าง Ecosystem ที่เป็นระบบให้ ซึ่งเชื่อ ว่าจะสามารถทำให้ภูเก็ตกลายเป็นเมืองแรกของ ประเทศไทยที่ทุกสิ่งจะเชื่อมโยงกันด้วย เทคโนโลยี และกลายเป็นเมืองที่ดึงดูดนักลงทุน เข้ามาประกอบธุรกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศได้ ส่วนเป้าหมายถัดไปคือการสร้างศูนย์ “Innovation Center” เพื่อเป็นจุดประสานงานให้ แก่นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในเมืองภูเก็ต

Smart City is not just Infrastructure ชัชฎา อภิชาสุทธากุล นายกสมาคมส่งเสริมการ ส่งออกอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (TSEP) กล่าวว่า เรื่อง Smart City นั้นมีส่วนที่เทคโนโลยี เข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวข้องมาก ไม่ใช่แค่เรื่องของ Infrastructure เพียงเท่านั้น แต่รวมไปถึง Service Platform solution, IOT Platform และ Big Data ต่าง ๆ เข้ามาเชื่อมโยงกัน ซึ่งถ้าจะสมาร์ท ต้องสมาร์ท โดยจะเป็นการให้บริการแบบครบ วงจร (End to End solution) เรามองว่าเรื่องของ เมืองอัจฉริยะนั้นจะต้องเกิดขึ้นในหลาย ๆ มิติ และอาศัยความร่วมมือหลาย ๆ ภาคส่วน โดย ไม่จำเป็นต้องอาศัยเงินทุนจากภาครัฐมากนัก เราก็สามารถพร้อมใจกันขับเคลื่อนได้ ภูเก็ต เป็นเมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นอย่าง รวดเร็ว เม็ดเงินมาจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่วนมากผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดของความเป็น เมืองอัจฉริยะคือ ประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของการขับเคลื่อน Phuket Smart City แน่นอนว่าต้องใช้เวลา แต่ก็ไม่ยาก สำหรับเมืองภูเก็ตที่มีความพร้อม ตื่นตัวในการ รับรู้ และพร้อมจะช่วยกันขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็น ”ภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ” ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ ดีมาก โดย TSEP มีความพร้อม เนื่องจากเรามี ผู้ประกอบซอฟต์แวร์ที่เป็นผู้เล่นตัวจริง 5 กลุ่ม ใหญ่ ๆ คือ Tourism, Retails & logistic, Finance & Personal Finance, Telecommunication Cluster และ Cluster สุดท้ายคือ Smart City Cluster ซึ่งเกิดจากการที่เราเอา software platform จาก Cluster ต่าง ๆ มาทำเป็นรูปแบบ ของบริการ (Service Platform) ที่อัจฉริยะ เช่น Smart money, Smart security, Smart energy & traffic, Smart health, Smart security และ Smart service เช่น Tourism & Mice, Logistic และ Digital Marketing แน่นอน Smart สุดท้าย รวมกันระหว่าง Smart Infrastructure & Smart Command Center ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์พื้นฐานที่ สำคัญสำหรับการให้บริการ Smart City ทำให้ มั่นใจได้ว่า เรามีซอฟต์แวร์ที่ให้บริการครบวงจร ทางด้านการให้บริการ Smart City ที่ดี อีกทั้งเรา ยังมีซอฟต์แวร์การมอนิเตอร์ริ่ง ทั้ง Service และ Network ชั้นนำระดับประเทศ ที่สามารถให้ บริการในแบบ 24 x 7 ตลอด 365 วัน ทั้งประเทศ อีกด้วย นอกจากนี้ ด้วยหลักการทำงานร่วมกัน ของสมาชิกในสมาคมในแบบเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) เราทำการมาเนิ่นนานจน เป็นวัฒนธรรมของสมาคม เกิดจากความเชื่อใจ และมั่นใจในความเป็นผู้เล่นตัวจริงของสมาชิก ในแต่ละท่าน นอกจากการ Sharing Platform, Big Data, Customer Behavior แล้ว เราได้ ทำการเชื่อมต่อ Platform กันในแต่ละกลุ่มบริการ ทำให้ TSEP มีซอฟต์แวร์และการบริการของจุด เด่น และไม่เหมือนใคร อีกทั้ง TSEP ยังไม่หยุดการพัฒนา เราต้องการผู้เล่นตัวจริงเพื่อเติมเต็ม ในแต่ละกลุ่มของเรา ไม่ว่าจะเป็น Service platform ต่าง ๆ หรือ IOT platform เรายินดี ต้อนรับ ภายใต้เงื่อนไขความเป็น Real Player และอยู่บนพื้นฐาน Sharing Economy เพื่อให้ เรามีจิ๊กซอว์ที่สมบูรณ์แบบของ Smart City Solution สิ่งที่ได้กลับมาจากทาง TESP ที่เข้าไปเป็นส่วน หนึ่งของโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะไม่ใช่เรื่อง ของรายได้ แต่คือการได้เป็นพาร์ตเนอร์ของเมือง นั้น ๆ และเพื่อให้เกิดการพัฒนาของประเทศ และช่วยให้เกิดต้นแบบ แนวทางในการพัฒนา เมืองอื่น ๆ และทำให้ธุรกิจต่าง ๆได้เติบโตเป็น Smart City ที่มากกว่าแค่เพียงระบบการควบคุม พลังงาน หรือความปลอดภัยเพียงเท่านั้น แต่เข้าไปช่วยธุรกิจของเมือง และสร้างประโยชน์ ที่จะสามารถผลักดันให้ผู้ประกอบการเติบโตได้ อย่างยั่งยืน

การเดินหน้าเสริมศักยภาพในเมืองด้วย เทคโนโลยีวันนี้ ไม่เพียงจะก่อมูลค่าเพิ่มทาง ด้านรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย เท่านั้น แต่จะเป็นตัวกลางช่วยเหลืออุตสาหกรรม แบบรอบด้าน ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ระดับ โลกอย่างมั่นคง โดยไม่สุ่มเสี่ยงในเชิงธุรกิจ อีกต่อไป…

2016-08-26_12-06-03